ดันคนข่าวไทยพีบีเอส สร้างสื่อสาธารณะเพื่อสังคม
คุณเทพชัย หย่อง

สัมภาษณ์เมื่อวันที่ สิงหาคม 2553
by : อิศรา ดิสรเตติวัฒน์

“องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ Thai Public Broadcasting Service (ไทยพีบีเอส)” ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสื่อสาธารณะที่ไม่แสวงหาผลกำไรแห่งแรกของประเทศแตกต่างจากฟรีทีวีอื่น ๆ เพราะเป็นการดำเนินงานซึ่งอาศัยรายได้จากงบประมาณภาษีสรรพสามิตเฉลี่ย 2,000 ล้านบาทต่อปี จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายผู้บริหารอย่างคุณเทพชัย หย่อง ในการขับเคลื่อนองค์กรและทำให้พนักงานตระหนักถึงพันธกิจหลักในการให้บริการด้านข่าวสาร ความรู้ สารประโยชน์ สาระบันเทิง ที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน บนพื้นฐานข้อบังคับด้านจริยธรรม และกรอบจรรยาบรรณขององค์กร โดยยึดถือประโยชน์สาธารณะ และให้คุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชน

ประวัติศาสตร์การปฏิรูปสื่อวงการโทรทัศน์ที่เคยเกิดขึ้นของไทย ย่อมต้องบันทึกเหตุการณ์ครั้งสำคัญครั้งหนึ่งเมื่อมีการยุบสถานีสื่อทีวีเสรี “ไอทีวี” เดิม ไปสู่การจัดตั้งทีวีสาธารณะในชื่อ “องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ Thai Public Broadcasting Service (ไทยพีบีเอส)”

ความเปลี่ยนแปลงครั้งนั้น ถือเป็นการพัฒนารูปแบบองค์การสื่อสาธารณะที่ไม่แสวงหาผลกำไรแห่งแรกของประเทศ ซึ่งคุณเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการ ไทยพีบีเอส ย้อนอดีตให้ฟังว่า เต็มไปด้วยความท้าทายและคำถามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนโยบาย โครงสร้างองค์การ บุคลากรและรูปแบบการดำเนินงาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อการบริหารไทยพีบีเอสนั้นแตกต่างจากฟรีทีวีอื่น ๆ เพราะเป็นการดำเนินงานซึ่งอาศัยรายได้จากงบประมาณภาษีสรรพสามิตเฉลี่ย 2,000 ล้านบาทต่อปี จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหารและพนักงานจะต้องตระหนักถึงพันธกิจหลักในการให้บริการด้านข่าวสาร ความรู้ สารประโยชน์ สาระบันเทิง ที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน บนพื้นฐานข้อบังคับด้านจริยธรรม และกรอบจรรยาบรรณขององค์กร โดยยึดถือประโยชน์สาธารณะ และให้คุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชน

คุณภาพคนข่าว ปัญหาหลักองค์การสื่อ

เป็นที่ทราบกันดีว่า นักข่าว หรือผู้ทำงานฝ่ายข่าว ถือเป็นองคาพยพที่สำคัญของการขับเคลื่อนองค์การสื่อ เพราะเป็นประตูด่านแรกซึ่งมีบทบาทโดยตรงในการติดตาม สืบเสาะ ค้นหา และทำหน้าที่รายงานข่าวและสถานการณ์ต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตผู้คนและสังคม

หากความท้าทายที่เกิดขึ้นในองค์การสื่อรวมทั้งไทยพีบีเอสเอง คือ การแสวงหาบุคลากรที่มีความสามารถเพียงพอในการทำหน้าที่ดังกล่าว

คุณเทพชัย เห็นว่า นักศึกษาจบใหม่โดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความรู้ในสิ่งที่เรียนอย่างเต็มที่ ทุกอย่างแทบต้องมาเริ่มต้นใหม่หมดตอนทำงาน ซึ่งโทษนักศึกษาฝ่ายเดียวก็คงไม่ได้ ต้องมองย้อนกลับไปที่ระบบการศึกษา ซึ่งไม่ได้ปลูกฝังให้นักศึกษามีนิสัยขวนขวาย ใฝ่ศึกษา สนใจในเหตุการณ์บ้านเมือง หรือสิ่งรอบตัวมากเท่าที่ควร ทั้งที่เป็นคุณสมบัติจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบอาชีพสื่อสารมวลชน”

“…ผมมีข้อสังเกตว่า อย่างคนเก่งในระดับเกียรตินิยมมักไม่ค่อยมาทำงานสื่อ ไม่รู้เพราะคิดว่า อาชีพไม่มั่นคง ค่าตอบแทนน้อย หรือทำงานหนักหรือเปล่า ส่วนภาพพจน์ของสื่อทีวีที่คนภายนอกอยากเข้ามาทำ บางทีก็เพราะติดใจเสน่ห์ของหน้าจอทีวี โดยไม่ได้คิดว่าจะมาทำหน้าที่ตรวจสอบองค์กรของรัฐหรือสังคม…”

คุณเทพชัย ย้ำชัดว่า เป้าหมายการทำสื่อทีวีไม่ใช่แค่การได้ออกจอ แต่ต้องพร้อมที่จะเรียนรู้หลายอย่าง เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนข่าวที่มีคุณภาพเขาต้องวัดฝีมือกันตรงเนื้อหา วัดทั้งความตั้งใจ ความพยายามและความสามารถ

ผ่ากลไกงานบุคคล ฝังอุดมการณ์ “จริยธรรม”

โจทย์หลักของไทยพีบีเอสในการสร้างวัฒนธรรมใหม่ขององค์กร ก็คือ การปรับทัศนคติ และมุมมองของบุคลากรให้มีความเข้าใจในความเป็นสื่อสาธารณะบนพื้นฐานของจริยธรรม ซึ่งคุณเทพชัยกล่าวว่า ค่อนข้างยากและซับซ้อนอยู่มาก

“…เรามีการจัดทำคู่มือข้อบังคับด้านจริยธรรมของวิชาชีพเพื่อใช้เป็นแนวทางกำกับการทำงาน การเขียนแผนพัฒนาหรือกลไกทรัพยากรบุคคลต้องอิงข้อบังคับด้านจริยธรรมเป็นหลัก เพราะถือเป็นหัวใจหลักของคนทำงานด้านสื่อ…”

คุณเทพชัย กล่าวว่า ข้อบังคับด้านจริยธรรมของวิชาชีพที่พนักงานไทยพีบีเอสทุกระดับต้องปฏิบัติ คือ การยึดถือประโยชน์สาธารณะ ต้องให้ความสำคัญกับความเที่ยงตรง เป็นกลางและเป็นธรรม มีความอิสระในวิชาชีพและความรับผิดชอบต่อสาธารณชน มีความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล

“…เราได้ปรับปรุงกลไกการพัฒนาบุคลากรจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดรายละเอียดในตำแหน่งงาน (Role Clarification) และแผนโครงสร้างเงินเดือนผ่านการทำ Benchmark การกำหนดตัวชี้วัดผลการทำงาน (KPI) โดยทุกกระบวนการได้เพิ่มเติมเงื่อนไขของความเป็นสื่อสาธารณะ และจริยธรรมเพิ่มเติมลงไป เพื่อปลูกฝังความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบุคลากร…”

เจาะลึก รอบด้าน สร้างมุมข่าวที่แตกต่าง

ความมุ่งมั่นสู่การเป็นสถาบันสื่อสาธารณะที่สร้างสรรค์สังคมคุณภาพและคุณธรรม ทำให้ไทยพีบีเอสเดินหน้าการสรรหาแนวทางการฝึกอบรมบุคลากรอย่างเข้มข้น ทั้งการทำเวิร์คช็อป การจัดสัมมนา การอบรมการทำข่าว ผสมผสานไปกับการใช้กลไกการทำงานวันต่อวัน โดยเน้นให้นักข่าวสามารถรายงานข่าวที่รอบด้าน และมีมุมมองแตกต่างจากสื่อพาณิชย์อื่น ๆ เน้นเสนอข่าวที่แก่นสาระโดยมองความเกี่ยวข้องที่มีผลต่อสังคมเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ทำข่าวไปตามวาระของแหล่งข่าว หรือทำข่าวสีสัน

แนวทางการฝึกอบรมนี้ยังขยายผลไปยังนักข่าวพลเมืองของไทยพีบีเอส จิตอาสาจากภาคประชาสังคม เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้กับชุมชนตัวเอง หรือสะท้อนปัญหาซึ่งกระทบต่อบ้านเมือง สังคม และอยากร่วมแก้ปัญหา

“…ผมคาดหวังให้นักข่าวไทยพีบีเอสทุกคนต้องมีความรู้ในงานข่าวทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ มีความตื่นรู้ สามารถอธิบายที่มาที่ไปในเหตุการณ์บ้านเมือง เป็นคนใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา และสำคัญที่สุดคือ ต้องมีจริยธรรม…”

“…เรามีการกำหนด KPI เรื่องการฝึกอบรมไว้ด้วย เช่น ผ่านการอบรมแล้วปฏิบัติงานดีขึ้นหรือไม่ ทำข่าวมานานสามปีแล้ว ยังทำแต่ข่าวรายวันอยู่ หรือสามารถพัฒนาตนเองไปทำข่าวเชิงวิเคราะห์ได้ การอบรมด้านจริยธรรม ก็ต้องวัดได้ว่า นำเสนอได้ถูกต้อง ไม่ใช่ถ้อยคำปรักปรำหรือละเมิดผู้อื่น มีความเข้าใจความเป็นสื่อสาธารณะมากขึ้น และสามารถปรับให้สอดคล้องกับจุดยืนในการทำงาน และการปฏิบัติหน้าที่…”

คุณเทพชัย ทิ้งท้ายว่า การดำเนินการทั้งหลาย ล้วนเป็นความมุ่งหวังให้ไทยพีบีเอสเป็นสถาบันสื่อสาธารณะที่มีระบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส เป็นแบบอย่างให้แก่สถาบันสื่อสารมวลชนของประเทศ รวมทั้งเป็นองค์การสื่อที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์สังคมคุณภาพและคุณธรรม

สิ่งเหล่านี้ย่อมเกิดขึ้นได้ หากองค์กรสามารถพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้มีจิตวิญญาณเป็นสื่อสาธารณะ มีจริยธรรม ตั้งใจเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพในการทำงาน และพร้อมรายงานข่าวที่น่าเชื่อถือและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

 Tips: การบริหารองค์การข่าวสไตล์คุณเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการ ไทยพีบีเอส

  1. จัดทำและทำความเข้าใจถึงคู่มือข้อบังคับด้านจริยธรรมของวิชาชีพ (Professional Ethics)
  2. กำหนดรายละเอียดในตำแหน่งงาน (Role Clarification)
  3. จัดทำแผนโครงสร้างเงินเดือนให้เหมาะสม (Salary Benchmarking)
  4. กำหนดตัวชี้วัดผละการทำงาน (KPI)
  5. เน้นฝึกอบรมและเวิร์คช็อป (Workshop Training)

 

Comments

Comments